ถอดรหัสวิกฤต 2026: หรือนี่คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ "ล้างไพ่" ธุรกิจเต็นท์รับซื้อรถยนต์ทั่วไทย?

ปี 2026 นี้ต้องยอมรับกันตรงๆ เลยครับว่า บรรยากาศในวงการยานยนต์บ้านเราไม่ได้แค่ "ซบเซา" แต่กำลังเข้าขั้น "ปรับฐานครั้งใหญ่" ชนิดที่ว่าใครปรับตัวไม่ทันมีสิทธิ์เจ็บตัวหนัก โดยเฉพาะพี่น้องในวงการรถมือสองที่ตอนนี้ต้องวางแผนกันให้ดี

วันนี้ผมจะมาชวนวิเคราะห์กันแบบเจาะลึก ถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปีนี้กลายเป็นปีแห่งการ "ล้างไพ่" ของจริง

 

1. สงครามราคา EV เอฟเฟกต์: เมื่อโครงสร้างราคาเดิม "พังทลาย"

ปัจจัยแรกที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ "สงครามราคา" ของค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ดุเดือดมาตั้งแต่ปีก่อน ต่อเนื่องมาถึงปี 2026 การที่รถ EV ป้ายแดงปรับลดราคาลงมาเหลือหลักแสนกลางๆ หรือต่ำล้าน ทำให้ช่องว่างระหว่างราคารถใหม่และรถเก่าแคบลงจนน่าตกใจ

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงการรับซื้อรถยนต์ ทั่วประเทศ เพราะเมื่อราคารถใหม่ดิ่งลง ราคากลางของรถมือสองก็ต้องปรับฐานลงตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การตีราคารับเข้าจึงกลายเป็นโจทย์หิน ผู้ประกอบการไม่กล้าสต็อกของนาน เพราะความผันผวนของราคาตลาดอาจทำให้กำไรที่ควรจะได้ หายไปทันที

2. กับดักหนี้ครัวเรือนและไฟแนนซ์ที่ "คัดกรองเข้มข้น"

อีกหนึ่งกำแพงยักษ์คือเรื่อง "กำลังซื้อ" และ "การปล่อยสินเชื่อ" ครับ ปี 2026 หนี้ครัวเรือนไทยยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ทำให้สถาบันการเงินงัดมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ (Strict Lending Criteria) ส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในกลุ่มรถมือสองยังคงสูงอยู่

สิ่งนี้ทำให้วงจรการรับซื้อรถยนต์มือสอง สะดุดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะถึงแม้ทางเต็นท์อยากจะระบายรถออกแค่ไหน แต่ลูกค้ากู้ไม่ผ่าน รถก็จอดค้างสต็อก เงินทุนจม และแม้ว่าการที่ไฟแนนซ์เข้มงวดจะทำให้คนออกรถใหม่ยากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสของตลาดรถมือสอง แต่กลับกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะ "ชะลอการตัดสินใจ" หรือใช้รถคันเดิมต่อไปแทน เพื่อรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ

3. คลื่นรถยึดทะลักล้นตลาด (NPL Surplus)

ปัจจัยสุดท้ายคือปริมาณรถยึดจากไฟแนนซ์ที่ไหลเข้าสู่ลานประมูลจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการปล่อยสินเชื่อในช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้ เมื่อซัพพลายในลานประมูลมีมากกว่าดีมานด์ ราคารถในตลาดประมูลจึงถูกกดดันให้ต่ำลง

สถานการณ์นี้บีบให้ราคารับซื้อหน้าร้านต้องปรับตัวลงไปอีกเพื่อให้แข่งขันได้ ใครที่ทำธุรกิจรับซื้อรถยนต์ แล้วยังมีสต็อกรถเก่าต้นทุนสูงค้างอยู่ อาจจะต้องยอม "ตัดเนื้อร้าย" เร่งระบายออกเพื่อดึงเงินสดกลับมาหมุนเวียน ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลงไปมากกว่านี้

 

ทางรอดของคนทำเต็นท์: ปรับตัวอย่างไรในยุค 2026?

 

จากปัจจัยทั้งหมด ผมมองว่ายุคของการ "ซื้อมาจอดรอขาย" ได้จบลงแล้วครับ ปี 2026 คือปีแห่งการบริหาร Cash Flow และความคล่องตัว

 

  • เน้นหมุนไว กำไรสมเหตุสมผล : เปลี่ยนกลยุทธ์จากเน้นกำไรต่อคันสูง มาเป็นเน้นรอบการขายที่เร็วขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาผันผวน

 

  • คัดเกรดรถให้แม่นยำ : ในวันที่ลูกค้ามีตัวเลือกเยอะ รถสภาพสวย ไมล์น้อย ประวัติศูนย์ชัดเจน ยังเป็นที่ต้องการเสมอ ส่วนรถที่ต้องเก็บงานเยอะอาจต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนรับเข้า

 

  • ออนไลน์ต้องโปร่งใส : ลูกค้ายุคนี้หาข้อมูลจากหน้าจอก่อนมาดูรถจริง การทำคอนเทนต์ที่จริงใจ ตรวจสภาพให้ดูแบบละเอียด (Inspection Transparency) จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและปิดการขายได้ง่ายขึ้น

 

บทสรุป

วิกฤต 2026 ไม่ใช่จุดจบของวงการรถมือสองครับ แต่มันคือบททดสอบใหญ่ที่จะคัดกรองเหลือเฉพาะ "ตัวจริง" ที่ปรับตัวได้เท่านั้น ใครที่อ่านเกมขาดและพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างการบริหาร เชื่อว่าฟ้าหลังฝนรอบนี้ ธุรกิจของท่านจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งกว่าเดิมแน่นอนครับ