จากความชอบสู่แบรนด์ปัง! เคล็ดลับคุยกับ "โรงงานผลิตเครื่องสำอาง" ปั้นเมคอัพสูตรเด็ดที่ใครก็ก็อปไม่ได้

เคยเป็นไหมคะ? ซื้อลิปสติกมาเป็นสิบแท่งก็ยังไม่เจอสีที่ "ใช่" สักที หรือลองคุชชั่นมาหลายแบรนด์ก็ยังไม่เจอตัวที่ "พอดี" กับผิวสาวไทยอย่างเรา จุดเริ่มต้นเล็กๆ แบบนี้แหละค่ะ ที่เปลี่ยนสาวๆ หลายคนให้กลายเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางร้อยล้านมาแล้ว!

แต่ในยุคที่ใครๆ ก็ทำแบรนด์ได้ การจะทำสินค้าให้ "เปรี้ยง" จนลูกค้าต้องซื้อซ้ำ ไม่ใช่แค่แพ็กเกจจิ้งน่ารักแล้วจบนะคะ หัวใจสำคัญคือ "คุณภาพเนื้อใน" ที่ต้องแตกต่างและตอบโจทย์จริงๆ วันนี้เราเลยจะมาเมาท์มอยเจาะลึกกันว่า การจับมือกับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เพื่อปั้นสูตรเมคอัพที่เป็น Signature ของเราเองเนี่ย มันจะช่วยให้แบรนด์เราปังกว่าการหยิบสูตรสำเร็จมาขายยังไงบ้าง?

 

สวยซ้ำมันจำยาก! ทำไมต้อง "สั่งแก้สูตร" ในเมื่อสูตรสำเร็จก็มี?

เข้าใจค่ะว่าการจิ้มเลือกสูตรมาตรฐาน (Standard Formula) มันง่ายและเริ่มขายได้ไว แต่ถ้าอยากให้แบรนด์เรายืนระยะได้ยาวๆ การ "Custom สูตร" คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ เพราะมันช่วยให้เรา

 

  • สร้างเฉดสีที่ "รู้ใจ" ลูกค้า : เราสามารถกำหนดเฉดสีให้เข้ากับ Undertone ผิวคนไทยได้เป๊ะๆ ไม่วอก ไม่ลอย ไม่เทา ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ต่างชาติบางทีก็ให้ไม่ได้
  • ฟินิชลุคที่แตกต่าง : อยากได้งานผิวแบบ Glass Skin ฉ่ำวาว หรือแมตต์กำมะหยี่ติดทนท้าแดดเมืองไทย เราเลือกเองได้หมด
  • ใส่ Story ให้สินค้า : การเลือกใส่สารบำรุงพิเศษลงไปในรองพื้นหรือลิปสติก ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าดูพรีเมียมและน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก

 

OEM ที่ไม่ใช่แค่คนผลิต แต่คือ "เพื่อนคู่คิด" ของแบรนด์

หลายคนยังคิดว่าโรงงาน OEM มีหน้าที่แค่ "รับจ้างผลิต" ตามสั่ง แต่จริงๆ แล้วโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ที่มีคุณภาพ เขาเป็นเหมือน "Beauty Consultant" ส่วนตัวให้เราเลยนะคะ

เขามีทีม R&D (นักวิจัย) ที่เก่งเรื่องเคมีเครื่องสำอางมากๆ คอยช่วยดูว่า "อยากได้สีแก้มที่ดูระเรื่อเป็นธรรมชาติ ต้องใช้เม็ดสีแบบไหน" หรือ "อยากทำลิปแมตต์ที่ไม่ตกร่อง ต้องเติมออยล์ตัวไหนลงไป" แถมยังช่วยดูแลเรื่องกฎหมาย อย. ให้เราสบายใจหายห่วง เรียกว่าดูแลกันตั้งแต่เริ่มจนของถึงมือเลยค่ะ

เจาะลึกกระบวนการปั้น "เมคอัพ" ให้สวยตรงปก

การทำงานกับโรงงานให้ได้ของดี ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ แค่เราต้องคุยกันให้ชัดเจน

  1. บรีฟให้ฉ่ำ : บอกสิ่งที่อยากได้ให้ละเอียดที่สุดค่ะ เช่น "อยากทำลิปทินท์ เนื้อเจลลี่ ทาแล้วปากดูอูิ่มน้ำ แต่ติดทนเหมือนสักปาก" หรือเอา Reference สีที่ชอบไปให้ดูเลยยิ่งดี
  2. ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยปรุง : ทีมวิจัยของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง จะช่วยแกะสูตร ปรับเนื้อสัมผัส และคัดเลือกพิกเมนต์สีที่ปลอดภัยมาผสมให้ลงตัวที่สุด
  3. Test แล้ว Test อีก : ขั้นตอนนี้สำคัญมาก! เมื่อได้สินค้าตัวอย่าง (Sample) มา ต้องลองใช้จริงค่ะ ลองทาออกแดด ลองใช้ชีวิตทั้งวัน ดูว่าสีดรอปไหม คราบขึ้นหรือเปล่า ถ้ายังไม่ถูกใจก็ส่งฟีดแบ็กให้แก้จนกว่าจะเป๊ะ
  4. ผลิตจริง & ส่งต่อความสวย: เมื่อสูตรนิ่งแล้ว ก็ลุยผลิต บรรจุ และเตรียมวางขายได้เลย!

 

กรณีศึกษา : เปลี่ยน Pain Point ให้เป็น Best Seller

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการปั้นแบรนด์เมคอัพที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดกันค่ะ

  • Case 1 : แบรนด์ "VelvetKiss" - ลิปแมตต์ที่ "ปากไม่แห้ง"
    • โจทย์ : เจ้าของแบรนด์ชอบทาลิปแมตต์ แต่เบื่อปัญหาปากแห้ง ลอก เป็นขุย
    • ทางแก้ : ร่วมมือกับโรงงานพัฒนาสูตร "Soft Matte" ที่ใส่สารสกัดบำรุงริมฝีปากและ Vitamin E เข้าไป ปรับเม็ดสีให้แน่นแต่เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น เกลี่ยฟุ้งได้ง่าย
    • ผลลัพธ์ : ได้ลิปสติกที่ทาแล้วสบายปากเหมือนไม่ได้ทา แต่สีชัดติดทน ตอบโจทย์สาวปากแห้งจนกลายเป็นไอเท็มลูกรัก

 

  • Case 2 : แบรนด์ "SkinGlow" - คุชชั่นงานผิว "ไม่สังขยา"
    • โจทย์ : อยากได้คุชชั่นงานผิวฉ่ำโกลว์แบบเกาหลี แต่ต้องรอดในอากาศร้อนชื้นเมืองไทย ไม่เยิ้มระหว่างวัน
    • ทางแก้ : ทีม R&D ช่วยปรับสูตรโดยใช้เทคโนโลยี Film Former ช่วยล็อกเม็ดแป้งให้เกาะผิว พร้อมคุมมันแต่ยังให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เลือกเฉดสีโทนเหลืองที่เข้ากับผิวคนไทย
    • ผลลัพธ์ : คุชชั่นที่ให้งานผิวสวยจึ้ง ปกปิดแต่บางเบา คุมมันเลิศ จนลูกค้าต้องตุนเพราะของขาดตลาดบ่อยมาก

 

 

การสร้างแบรนด์เครื่องสำอางในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การมีของขาย แต่คือการส่งต่อ "ความมั่นใจ" ให้กับลูกค้าค่ะ การเลือก โรงงานผลิตเครื่องสำอาง ที่เข้าใจเทรนด์และคุยภาษาเดียวกับเรา จะช่วยเปลี่ยนไอเดียฟุ้งๆ ในหัว ให้กลายเป็นโปรดักต์ที่จับต้องได้จริง

สาวๆ คนไหนที่มีแพสชัน อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง อย่ากลัวที่จะเริ่มนะคะ ลองหาโรงงานคู่ใจแล้วลุยเลย เชื่อเถอะว่า "สูตรความสำเร็จ" สร้างได้ด้วยมือเราค่ะ!