เขียนควบคุม PLC... สรุปครบ จบในหน้าเดียว ทางลัดอัปสกิลที่ช่างไฟยุคนี้ต้องมี

"ยุคนี้แค่ 'ต่อไฟติด' ยังไม่พอ! ต้องสั่งงานได้ดั่งใจด้วยการ เขียนควบคุม PLC... สรุปครบ จบในหน้าเดียว สำหรับช่างไฟฟ้าที่อยาก 'อัปเลเวล' ตัวเอง"

ในยุคอุตสาหกรรมปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทักษะสำคัญที่ช่วยยกระดับช่างไฟฟ้าธรรมดาให้กลายเป็นช่างไฟฟ้าระดับมืออาชีพ หรือ Automation Engineer คือความเข้าใจในระบบ PLC (Programmable Logic Controller) เพราะการเปลี่ยนจากวงจรรีเลย์แบบเก่า มาสู่การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สั่งงาน ช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่นและแม่นยำขึ้น บทความนี้จะสรุปหลักการสำคัญของการ เขียนควบคุม PLC ที่คนทำงานหน้างานต้องรู้ โดยอ้างอิงแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน

 

1. เริ่มต้นที่ฮาร์ดแวร์: เข้าใจ Wiring และ I/O

 

ก่อนจะไปแตะคอมพิวเตอร์ หัวใจสำคัญอันดับแรกคือความเข้าใจเรื่องวงจรไฟฟ้า การเขียนโปรแกรมจะไม่มีความหมายเลยหากต่อสายผิด สิ่งที่ต้องแม่นยำคือ:

  • การเลือกใช้ Input/Output: ต้องแยกแยะอุปกรณ์หน้างานให้ออก ระหว่างอุปกรณ์ Input (เช่น Limit Switch, Proximity Sensor, Push Button) และ Output (เช่น Magnetic Contactor, Pilot Lamp, Solenoid Valve)
  • Sink & Source: นี่คือจุดตายของมือใหม่ ต้องเข้าใจรูปแบบการต่อสายสัญญาณว่าเป็นแบบ Sink (รับไฟลบ) หรือ Source (รับไฟบวก) ให้สอดคล้องกับตัว PLC และอุปกรณ์เซนเซอร์ (NPN/PNP) เพื่อให้สัญญาณเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง

 

2. พื้นฐานคำสั่งและการใช้งานซอฟต์แวร์

 

เมื่อ Wiring ผ่านแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการใช้ซอฟต์แวร์ (เช่น GX Works สำหรับ Mitsubishi) เพื่อสร้าง Logic การ เขียนควบคุม PLC ส่วนใหญ่นิยมใช้ภาษา Ladder Diagram ซึ่งมีหน้าตาคล้ายวงจรไฟฟ้าที่เราคุ้นเคย โดยคำสั่งพื้นฐานที่ต้องใช้ให้คล่องได้แก่:

  • Bit Logic: คำสั่งหน้าสัมผัสปกติเปิด (NO), ปกติปิด (NC), และ Coil สั่งงาน ซึ่งเปรียบเสมือนการวางเงื่อนไขให้เครื่องจักรทำงาน
  • Timer & Counter: การตั้งหน่วงเวลาและการนับจำนวนชิ้นงาน ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ PLC ทำได้ดีกว่าวงจรรีเลย์ตู้คอนโทรลแบบเดิมมาก
  • SET / RST: คำสั่งจำสถานะ (Latch) และสั่งรีเซ็ตค่า เพื่อควบคุมลำดับการทำงานที่ซับซ้อน

 

3. ก้าวสู่ระดับสูง: Analog และ Servo Motor

 

งานอุตสาหกรรมไม่ได้มีแค่การสั่ง เปิด-ปิด (Digital) เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความละเอียดในระดับสัญญาณต่อเนื่อง (Analog) เข้ามาเกี่ยวข้อง การ เขียนควบคุม PLC ในระดับที่สูงขึ้นจึงต้องเรียนรู้เรื่อง:

  • Analog Module (A/D, D/A): การแปลงค่าสัญญาณทางไฟฟ้ามาตรฐาน เช่น 0-10V หรือ 4-20mA จากเซนเซอร์วัดอุณหภูมิหรือแรงดัน ให้กลายเป็นตัวเลขดิจิตอลที่ PLC นำไปประมวลผลต่อได้
  • Servo Motor Control: การควบคุมตำแหน่ง (Positioning) ที่แม่นยำ ต้องใช้คำสั่งเฉพาะในการส่งสัญญาณ Pulse เพื่อขับเคลื่อนเซอร์โวมอเตอร์ให้หมุนไปในองศาหรือระยะทางที่กำหนดเป๊ะๆ

 

4. เชื่อมต่อหน้าจอ HMI (Human Machine Interface)

ระบบที่ดีต้องสื่อสารกับผู้ใช้งานได้ การเขียนโปรแกรม PLC มักต้องทำควบคู่ไปกับการออกแบบหน้าจอ Touch Screen (เช่น GOT) หลักการคือการจับคู่ "Address" ใน PLC (เช่น D Register หรือ M Bit) ให้ตรงกับปุ่มกดหรือตัวเลขที่แสดงบนหน้าจอ ทำให้เราสามารถสั่งงาน แก้ไขค่าพารามิเตอร์ หรือดูสถานะ Alarm ของเครื่องจักรได้ทันทีโดยไม่ต้องแบกคอมพิวเตอร์ไปเสียบสาย

 

การเรียนรู้ระบบ PLC ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับช่างไฟฟ้าอีกต่อไป มันคือเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนตู้คอนโทรลที่ยุ่งเหยิงให้กลายเป็นระบบที่ชาญฉลาด การฝึกฝน เขียนควบคุม PLC อย่างถูกวิธี ตั้งแต่การว wiring ไปจนถึงการใช้คำสั่งขั้นสูง จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบ แก้ไข และซ่อมบำรุงระบบอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิงความรู้: เนื้อหาเชิงเทคนิคในบทความนี้สรุปและเรียบเรียงจากแนวทางการสอนของ Advance Electronic (หลักสูตร PLC Mitsubishi + HMI + Servo) หากท่านใดสนใจเจาะลึกรายละเอียดเชิงปฏิบัติหรือต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลต่อได้ที่สถาบันดังกล่าว